MASJiDTHAi.COM

หน้าหลัก มัสยิดและสัปปุรุษ กระบี่กรุงเทพมหานครขอนแก่นจันทบุรีชุมพรตรังนครนายกนครศรีธรรมราชนราธิวาสประจวบคีรีขันธ์ปัตตานีพังงาพัทลุงภูเก็ตยะลาระนองสตูลสระบุรีสุราษฎร์ธานีเชียงใหม่ระยองเพชรบุรีตากพระนครศรีอยุธยา
กอจ. ตาก มัสยิดและสัปปุรุษ

มัสยิดอัล-ฟัตตาห์ ทะเบียนเลขที่: 002

หมู่ที่: แขวง/ตำบล: หนองหลวง เขต/อำเภอ: เมืองตาก จังหวัด: ตาก 0812849462
ประวัติความเป็นมาฯ
     มัสยิดอัล-ฟัตตาห์ ตั้งอยู่เลขที่ 87/1 ถนนมหาดไทยบำรุง ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดตาก (ตรงข้ามบริษัทไทยสมุทรประกันภัยจำกัด) ​มีประวัติความเป็นมาดังนี้ คือ อดีตกาลบรรพบุรุษมุสลิมของเราเป็นชนเชื้อชาติอินเดียเข้ามาสู่ประเทศไทย โดยผ่านประเทศสิงคโปร์เข้ามาอยู่เข้ามาอยู่กรุงเทพ แล้วจึงได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินจังหวัดตากเป็นที่ประกอบสัมมาอาชีพ เมื่อประมาณร้อยยี่สิบสี่ปีเศษมาแล้ว (นับถอยหลัง จากปี 2539 ไป) โดยกระจายกันอยู่ที่ อำเภอเมืองบ้าง อำเภอบ้านตากบ้าง การไปมาหาสู่ กันก็แสนลำบากต้องเดินด้วยเท้าเป็นครึ่งวัน ดังนั้นการเรียนการสอนด้านศาสนา จึงไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะได้ร่ำเรียนกันเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ พอแปรสภาพมีเวลาว่างก็จะสอนลูกๆ ของตนให้อ่านเขียนอัลกุรอาน ไปตามลำดับ บ้านใครบ้านมันที่ตั้งใจเรียนก็ดีไป ที่ไม่เอาไหนก็แหกคอกเป็นกาเฟรไปเลย แต่ถึงกระนั้นก็ดีบรรพบุรุษ ของพวกเราชาวตากก็ดิ้นรนที่จะสร้างมัสยิดไว้เป็นที่ละหมาดและประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา      เนื่องจากมุสลิมสมัยนั้น ท่านชื่อเกินไปท่านกรอกจำนวนครัวเรือนและสัปบุรุษตามความเป็นจริงลงในแบบรายงานขอตั้งมัสยิด จึงถูกกรมการศาสนาตัดออก ไม่อนุญาตให้ตั้งมัสยิดที่จังหวัดตาก โดยอ้างเหตุผลว่าจำนวนครัวเรือน และ สัปบุรุษไม่ครบตามเกณฑ์ ​และแล้วในปี 2508 ได้มีผู้ใจบุญเห็นความสำคัญของการละหมาดและการรวมตัวกัน ของมุสลิม จ.ตาก จึงได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ทำงานของท่านเป็นที่ละหมาด ท่านผู้นั้น คือ นายห้างมุสตาฟา มุขตารี เจ้าของและผู้จัดการบริษัทมิตรบราเดอร์ จำกัด (ปัจจุบันที่นั้น สร้างเป็นอาคารพาณิชย์ตรงข้ามสนามกีฬ่า จ.ตาก เนื่องจากโรงเลื่อยจักร มิตรมุสตาฟารำคาญความรบกวน แก่ศูนย์ราชการซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเลื่อยจึงถูกสั่งให้ย้ายสถานที่ นายห้างประชา มุขตารี จึงย้ายโรงเลื่อย ไปตั้งที่ได้เรือนจำจังหวัดตาก) และ ท่านผู้นี้ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์ (ซ.บ.) แล้ว ขอเอกองค์อัลเลาะฮฺ (ซบ) ได้ทรงโปรดเมตตาต่อท่านผู้นี้ด้วยเถิด อาเมีน      ถึงแม้จะมีที่ละหมาด โดยนายห้างประชา มุขตารี อนุญาตให้ใช้สถานที่ของท่านแล้วก็ตาม ชาวมุสลิม จ.ตาก ก็มิได้ละทิ้งความพยายามที่จะสร้างมัสยิดขึ้นสักแห่งหนึ่งให้จงได้ จึงได้มีบุคคลผู้อาวุโส ในท้องถิ่น ประกอบด้วย นายอัตตาสาลี โคติบุญโญ (ดาดาเล็ก “แขกเล็กทำฟัน”) นางดินห์บีบี โคติบุญโญ (ตาดี้คำใส หรือแม่คำใส ก็เรียก) นายอิบรอฮีม โคติบุญโญ นายดำปี บุญมาลีรัตน์ นายกอเซ็ม โคติบุญโญ นายยูนุซ โคติบุญโญ (ท่านผู้นี้ทำหน้าที่เหรัญญิกตั้งแต่เริ่มงานสร้างมัสยิดจนแล้วเสร็จ และทำหน้าที่นี้จนถึงแก่กรรมเมื่อปี 2538) ​นายเกษม นาเงิน นายกิมเซียง แซ่ม้า ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ที่ประชุมลงมิต ให้ขอความร่วมมือจากลูกหลานช่วยซื้อที่ดินจาก นางทุเรียน นามสกุล “สุยะ” (ที่ดินแปลงที่ใช้เป็นที่ปลูกสร้างมัสยิดอยู่ปัจจุบันนี้) ในราคา 18,000 บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) แล้วจ้างคนแผ้วถางต้นไม้ใหญ่เช่น ฉำฉา มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ ออก สิ้นค่าแรงงาน 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) จากนั้นจึงขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวมุสลิมจังหวัดตาก ช่วยบริจาคเงิน ​❂ หมายเหตุ ❂ นายห้างมุสตาฟา หรือ นายห้างประชา คือบุคคลคนเดียวกัน ​ซื้อวัสดุก่อสร้าง แล้วสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เทคานคอนกรีตเสร็จแล้วถ่ายรูปเพื่อเป็นหลักฐาน ว่างานก่อสร้างมัสยิดของชาวมุสลิมจังหวัดตากได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นแล้ว แต่ยังขาดปัจจัยอยู่อีกมาก และนำรูปถ่ายนี้มอบให้นายเกษม นาเงิน กับนายดำปี บุญมาลีรัตน์ นำไปเป็น หลักฐานประกอบการขอความร่วมมือจากพี่น้องมุสลิม ในจังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และแม่สายซึ่งเป็นอำเภอเหนือสุดยอดของประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องมุสลิมทุกแห่ง ที่ไปขอความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนี้ นายอิบรอฮีม โคติบุญโญ ยังได้ไปขอความร่วมมือจาก พี่น้องมุสลิมชาวอำเภอแม่สอด ได้เงินอีกจำนวนหนึ่งมาสมทบก่อสร้าง เมื่อรวบรวมเงินได้แล้วจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างทันที คงจะเป็นเพราะแรงศรัทธา (อีหม่าน) ของพี่น้องมุสลิมจังหวัดตากทำให้ เอกองค์อัลเลาะฮฺ (ซบ) ให้พี่น้องมุสลิมต่างจังหวัดที่ผ่านแวะชมงานก่อสร้างมัสยิดพร้อมกับ บริจาคเงิน      สมทบช่วยสร้าง งานก่อสร้างอาคารมัสยิดจึงแล้วเสร็จภายในปี 2516 (เริ่มปี 2510) เราชาว มุสลิมจังหวัดตาก จึงมีมัสยิดที่โอ่อ่าขนาด 15 ม. X 12 ม. ตัวอาคารเป็นตึก 2 ชั้น ฝาผนังก่อด้วยอิฐแดงพื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีต ชั้นบนทำด้วยไม้สัก มีประตูหน้าต่างเรียบร้อย ชั้นบนใช้เป็นที่ละหมาด (แยกชาย - หญิง) ชั้นล่างใช้เป็นที่เรียนอัล-กุรอาน และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชาวมุสลิมจังหวัดตากขนานนามมัสยิดหลังนี้ว่า “มัสยิดอัล-ฟัตตาห์” ซึ่งมีความหมายว่า ประสบความสำเร็จมีชัยชนะ และสร้างบ้านพักให้อิหม่าม กับคาทิตาเล็ก ครอบครัวละ 1 หลัง ​ต่อมาชาวมุสลิมจังหวัดตากได้เพิ่มจำนวนขึ้น กับทั้งลูกหลานมุสลิมที่ไปหากินอยู่ต่างท้องถิ่น ทราบว่าที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนมีมัสยิดแล้วเมื่อถึงวันสำคัญเช่น วันอีดทั้งสอง เป็นต้น เขาเหล่านั้น ก็จะพากันกลับมาบ้านเพื่อร่วมพิธีที่มัสยิดแห่งนี้ ทำให้มัสยิดที่พวกเราคิดว่ากว้างขวางเหมาะสมพอดี กับฐานะของมุสลิมจังหวัดตากแล้วกลับแคบลงไปถนัดใจ ดังนั้นคณะกรรมการประจำมัสยิดอัล-ฟัตตาห์ จึงร่วมกับสัปบุรุษทุกท่าน ประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อหาหนทางให้สถานที่ชุมนุมได้กว้างขวางพอเพียงกับจำนวนมุสลิมที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดที่ประชุมมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรขยายอาคารมัสยิดไปทางทิศตะวันตกอีกประมาณ 15 ม. X 4 ม. ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ต่อเติมอาคารมัสยิดตามความเห็นของที่ประชุมได้ จึงได้เริ่มหาเงินโดยขอความร่วมมือจากลูกหลานชาวมุสลิมจังหวัดตาก และพี่น้องมุสลิมต่างจังหวัด ​      ​เมื่อได้เงินพอสมควรแล้ว จึงเริ่มดำเนินการติดต่อขอซื้อที่ดินให้กว้างขวางพอที่จะได้ขยายต่อเติมมัสยิดได้ เมื่อได้ที่ดินเป็นผืนเดียวกันและกว้างขวางพอแล้วจึงเริ่มดำเนินการต่อเติมมัสยิดจนแล้วเสร็จ ​ปัจจุบันกาล ปัจจุบันนี้เรามีที่ดินเป็นของมัสยิด 1 ไร่ - งาน 10 ตารางวา มีอาคารมัสยิด และอาคารประกอบอย่างเพียงพอ ​โดยมีอาคารมัสยิดเป็นตึก 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง บ้านพักมูซาเฟช 2 หลัง (หลังที่ 1 ลักษณะบ้าน 2 ชั้น ซึ่งบริษัทโรงเลื่อยจักรมิตรมุสตาฟาสร้างวาก๊าฟให้ หลังที่ 2 ลักษณะบ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน มีประตูหน้าต่างน้ำประปา ไฟฟ้าพร้อม สร้างด้วยเงินบริจาค โดยมีคณะกรรมการประจำมัสยิด เป็นผู้ดำเนินงานและควบคุมการก่อสร้าง มีที่เก็บกุโบร์ (ที่อาบน้ำมัยยัต ศพ) ซึ่งฮัจญีย์ซำซุนดีน ฮัจญีย์สุรินทร์ จิตต์ใจ ฮัจยะห์ฮาลีมะห์ ฮัจยะห์กระต่ายทอง จิตต์ใจ ร่วมกันบริจาคให้มีบ้านพักครูสอนอัล-กุรอาน ลักษณะบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน (ขณะนี้ครูอัดนาน วันแอเลาะฮ์ ซึ่งเป็นครู สอนอัล-กุรอาน พักอยู่) บ้านพักอิหม่าม 1 หลัง ลักษณะบ้านไม้ 2 ชั้น 2 ห้องนอน มีห้องน้ำไฟฟ้า ประปาอยู่ในอาคาร บ้านพักอิหม่ามหลังนี้สร้างด้วยวัสดุเหลือใช้จากการสร้างต่อเติมมัสยิด ใช้เงินจากผู้บริจาค เป็นผู้ดำเนินการและควบคุมการก่อสร้าง เรามีห้องสุขาและที่อาบน้ำ ละหมาด แยกชาย - หญิง อย่างเพียงพอ ซึ่งสร้างจากผู้บริจาคโดยผู้ใหญ่ใจ กุรคาน เป็นผู้ดำเนินงานและควบคุมการก่อสร้าง      อนาคตกาล  เราชาวมุสลิม จ.ตาก มีความภาคภูมิใจที่พวกเรามีอาคารมัสยิดและอาคาร ประกอบอย่างพร้อมมูล และพวกเรายินดีต้อนรับพี่น้องมุสลิม ที่มาใช้สถานที่ของพวกเรา (บ้านของอัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ด้วยความเต็มใจ (ยกเว้นชาวต่างชาติที่เข้าเมืองมาทำผิดกฎหมาย) แต่เรายังขาด ทางเข้าสู่มัสยิดสำหรับให้ผู้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะเดินทางเข้าสู่มัสยิด ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการประจำมัสยิด ซึ่งประกอบด้วยอิหม่าม (ฮัจญีย์เกษม นาเงิน) คอเต็บ (คุณสงวน มั่นสัตยารักษ์) บิล่าน (ฮัจญีย์ซอ และ เล๊ะเซ็น ) กรรมการประจำมัสยิด (คุณหมอนิรันดร์ เราะห์มานีย์) ได้ไปติดต่อขอบริจาคที่ดินจากเจ้าของที่ดินผู้ใจบุญส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งขอซื้อจากเจ้าของที่ดินที่ประสงค์จะขาย ถ้าได้ที่ดินตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว เราจะมีทางเข้าสู่มัสยิดสำหรับยานพาหนะรถยนต์ และจะเดินทางเข้าสู่มัสยิดได้โดยสะดวกสบาย. (อินชาอัลลอฮฺ) more
แผนที่นำทาง Google Map

กรรมการมัสยิด

สกุล นาเงิน

อิหม่าม

สมาน เละเซ็น

คอเต็บ

ไชบันชา สุนาวงษ์

บิหลั่น

ดนัยกรณ์ เละเซ็น
เลขานุการ
ชนะชัย เราะห์มานีย์
นายทะเบียน
สมจิตต์ กิมเหลือง
เหรัญญิก
อนุชา น้อยทับทิม
กรรมการ
จำเนียร์ แน่นอุดร
กรรมการ
ประสิทธิ์ เละเซ็น
กรรมการ
วัชรา มหะหมัด
กรรมการ
ประเสริฐ เละเซ็น
กรรมการ
ไม่มีข้อมูล
กรรมการ
ไม่มีข้อมูล
กรรมการ
ไม่มีข้อมูล
กรรมการ
ไม่มีข้อมูล
กรรมการ

สัปปุรุษ

ข้อมูลสัปปุรุษ ครอบครัว ชาย หญิง รวม
สัปปุรุษ ณ ปัจจุบัน 39 65 45 110
สัปปุรุษในเขต 39 65 45 110
สัปปุรุษนอกเขต 0 0 0 0
สัปปุรุษเข้ารับอิสลาม 0 0 0 0
สัปปุรุษย้ายเข้าจากมัสยิดอื่น 0 0 0 0
สัปปุรุษเสียชีวิต 0 0 0 0
สัปปุรุษย้ายออกไปมัสยิดอื่น 0 0 0 0
สัปปุรุษจำหน่ายออกจากระบบ 0 0 0 0
มัสยิดอัล-ฟัตตาห์
ที่ตั้งเลขที่: 87/1 หมู่ที่: ถนน/ตรอก/ซอย: มหาดไทยบำรุง ตำบล/แขวง: หนองหลวง
อำเภอ/เขต: เมืองตาก จังหวัด: ตาก รหัสไปรษณีย์: 63000 เบอร์โทรศัพท์: 0812849462
จำนวนผู้เข้าชม: 249