มัสยิดอัล-ฟัตตาห์ (ทะเบียนเลขที่: 002)

ประวัติความเป็นมาฯ

มัสยิดอัล-ฟัตตาห์ ตั้งอยู่เลขที่ 87/1 ถนนมหาดไทยบำรุง ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดตาก (ตรงข้ามบริษัทไทยสมุทรประกันภัยจำกัด)
​มีประวัติความเป็นมาดังนี้ คือ อดีตกาลบรรพบุรุษมุสลิมของเราเป็นชนเชื้อชาติอินเดียเข้ามาสู่ประเทศไทย โดยผ่านประเทศสิงคโปร์เข้ามาอยู่เข้ามาอยู่กรุงเทพ แล้วจึงได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินจังหวัดตากเป็นที่ประกอบสัมมาอาชีพ เมื่อประมาณร้อยยี่สิบสี่ปีเศษมาแล้ว (นับถอยหลัง จากปี 2539 ไป) โดยกระจายกันอยู่ที่ อำเภอเมืองบ้าง อำเภอบ้านตากบ้าง การไปมาหาสู่ กันก็แสนลำบากต้องเดินด้วยเท้าเป็นครึ่งวัน ดังนั้นการเรียนการสอนด้านศาสนา จึงไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะได้ร่ำเรียนกันเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ พอแปรสภาพมีเวลาว่างก็จะสอนลูกๆ ของตนให้อ่านเขียนอัลกุรอาน ไปตามลำดับ บ้านใครบ้านมันที่ตั้งใจเรียนก็ดีไป ที่ไม่เอาไหนก็แหกคอกเป็นกาเฟรไปเลย แต่ถึงกระนั้นก็ดีบรรพบุรุษ ของพวกเราชาวตากก็ดิ้นรนที่จะสร้างมัสยิดไว้เป็นที่ละหมาดและประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา

เนื่องจากมุสลิมสมัยนั้น ท่านชื่อเกินไปท่านกรอกจำนวนครัวเรือนและสัปบุรุษตามความเป็นจริงลงในแบบรายงานขอตั้งมัสยิด จึงถูกกรมการศาสนาตัดออก ไม่อนุญาตให้ตั้งมัสยิดที่จังหวัดตาก โดยอ้างเหตุผลว่าจำนวนครัวเรือน และ สัปบุรุษไม่ครบตามเกณฑ์
​และแล้วในปี 2508 ได้มีผู้ใจบุญเห็นความสำคัญของการละหมาดและการรวมตัวกัน ของมุสลิม จ.ตาก จึงได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ทำงานของท่านเป็นที่ละหมาด ท่านผู้นั้น คือ นายห้างมุสตาฟา มุขตารี เจ้าของและผู้จัดการบริษัทมิตรบราเดอร์ จำกัด (ปัจจุบันที่นั้น สร้างเป็นอาคารพาณิชย์ตรงข้ามสนามกีฬ่า จ.ตาก เนื่องจากโรงเลื่อยจักร มิตรมุสตาฟารำคาญความรบกวน แก่ศูนย์ราชการซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเลื่อยจึงถูกสั่งให้ย้ายสถานที่ นายห้างประชา มุขตารี จึงย้ายโรงเลื่อย ไปตั้งที่ได้เรือนจำจังหวัดตาก) และ ท่านผู้นี้ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะห์ (ซ.บ.) แล้ว ขอเอกองค์อัลเลาะฮฺ (ซบ) ได้ทรงโปรดเมตตาต่อท่านผู้นี้ด้วยเถิด อาเมีน

ถึงแม้จะมีที่ละหมาด โดยนายห้างประชา มุขตารี อนุญาตให้ใช้สถานที่ของท่านแล้วก็ตาม ชาวมุสลิม จ.ตาก ก็มิได้ละทิ้งความพยายามที่จะสร้างมัสยิดขึ้นสักแห่งหนึ่งให้จงได้ จึงได้มีบุคคลผู้อาวุโส ในท้องถิ่น ประกอบด้วย นายอัตตาสาลี โคติบุญโญ (ดาดาเล็ก “แขกเล็กทำฟัน”) นางดินห์บีบี โคติบุญโญ (ตาดี้คำใส หรือแม่คำใส ก็เรียก) นายอิบรอฮีม โคติบุญโญ นายดำปี บุญมาลีรัตน์ นายกอเซ็ม โคติบุญโญ นายยูนุซ โคติบุญโญ (ท่านผู้นี้ทำหน้าที่เหรัญญิกตั้งแต่เริ่มงานสร้างมัสยิดจนแล้วเสร็จ และทำหน้าที่นี้จนถึงแก่กรรมเมื่อปี 2538)

นายเกษม นาเงิน นายกิมเซียง แซ่ม้า ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ที่ประชุมลงมิต ให้ขอความร่วมมือจากลูกหลานช่วยซื้อที่ดินจาก นางทุเรียน นามสกุล “สุยะ” (ที่ดินแปลงที่ใช้เป็นที่ปลูกสร้างมัสยิดอยู่ปัจจุบันนี้) ในราคา 18,000 บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) แล้วจ้างคนแผ้วถางต้นไม้ใหญ่เช่น ฉำฉา มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ ออก สิ้นค่าแรงงาน 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) จากนั้นจึงขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวมุสลิมจังหวัดตาก ช่วยบริจาคเงิน

​❂ หมายเหตุ ❂ นายห้างมุสตาฟา หรือ นายห้างประชา คือบุคคลคนเดียวกัน
​ซื้อวัสดุก่อสร้าง แล้วสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เทคานคอนกรีตเสร็จแล้วถ่ายรูปเพื่อเป็นหลักฐาน ว่างานก่อสร้างมัสยิดของชาวมุสลิมจังหวัดตากได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นแล้ว แต่ยังขาดปัจจัยอยู่อีกมาก และนำรูปถ่ายนี้มอบให้นายเกษม นาเงิน กับนายดำปี บุญมาลีรัตน์ นำไปเป็น หลักฐานประกอบการขอความร่วมมือจากพี่น้องมุสลิม ในจังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และแม่สายซึ่งเป็นอำเภอเหนือสุดยอดของประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องมุสลิมทุกแห่ง ที่ไปขอความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนี้ นายอิบรอฮีม โคติบุญโญ ยังได้ไปขอความร่วมมือจาก พี่น้องมุสลิมชาวอำเภอแม่สอด ได้เงินอีกจำนวนหนึ่งมาสมทบก่อสร้าง เมื่อรวบรวมเงินได้แล้วจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างทันที คงจะเป็นเพราะแรงศรัทธา (อีหม่าน) ของพี่น้องมุสลิมจังหวัดตากทำให้ เอกองค์อัลเลาะฮฺ (ซบ) ให้พี่น้องมุสลิมต่างจังหวัดที่ผ่านแวะชมงานก่อสร้างมัสยิดพร้อมกับ บริจาคเงิน

สมทบช่วยสร้าง งานก่อสร้างอาคารมัสยิดจึงแล้วเสร็จภายในปี 2516 (เริ่มปี 2510) เราชาว มุสลิมจังหวัดตาก จึงมีมัสยิดที่โอ่อ่าขนาด 15 ม. X 12 ม. ตัวอาคารเป็นตึก 2 ชั้น ฝาผนังก่อด้วยอิฐแดงพื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีต ชั้นบนทำด้วยไม้สัก มีประตูหน้าต่างเรียบร้อย ชั้นบนใช้เป็นที่ละหมาด (แยกชาย - หญิง) ชั้นล่างใช้เป็นที่เรียนอัล-กุรอาน และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชาวมุสลิมจังหวัดตากขนานนามมัสยิดหลังนี้ว่า “มัสยิดอัล-ฟัตตาห์” ซึ่งมีความหมายว่า ประสบความสำเร็จมีชัยชนะ และสร้างบ้านพักให้อิหม่าม กับคาทิตาเล็ก ครอบครัวละ 1 หลัง
​ต่อมาชาวมุสลิมจังหวัดตากได้เพิ่มจำนวนขึ้น กับทั้งลูกหลานมุสลิมที่ไปหากินอยู่ต่างท้องถิ่น ทราบว่าที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนมีมัสยิดแล้วเมื่อถึงวันสำคัญเช่น วันอีดทั้งสอง เป็นต้น เขาเหล่านั้น ก็จะพากันกลับมาบ้านเพื่อร่วมพิธีที่มัสยิดแห่งนี้ ทำให้มัสยิดที่พวกเราคิดว่ากว้างขวางเหมาะสมพอดี กับฐานะของมุสลิมจังหวัดตากแล้วกลับแคบลงไปถนัดใจ ดังนั้นคณะกรรมการประจำมัสยิดอัล-ฟัตตาห์ จึงร่วมกับสัปบุรุษทุกท่าน ประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อหาหนทางให้สถานที่ชุมนุมได้กว้างขวางพอเพียงกับจำนวนมุสลิมที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดที่ประชุมมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรขยายอาคารมัสยิดไปทางทิศตะวันตกอีกประมาณ 15 ม. X 4 ม. ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ต่อเติมอาคารมัสยิดตามความเห็นของที่ประชุมได้ จึงได้เริ่มหาเงินโดยขอความร่วมมือจากลูกหลานชาวมุสลิมจังหวัดตาก และพี่น้องมุสลิมต่างจังหวัด

​เมื่อได้เงินพอสมควรแล้ว จึงเริ่มดำเนินการติดต่อขอซื้อที่ดินให้กว้างขวางพอที่จะได้ขยายต่อเติมมัสยิดได้ เมื่อได้ที่ดินเป็นผืนเดียวกันและกว้างขวางพอแล้วจึงเริ่มดำเนินการต่อเติมมัสยิดจนแล้วเสร็จ
​ปัจจุบันกาล ปัจจุบันนี้เรามีที่ดินเป็นของมัสยิด 1 ไร่ - งาน 10 ตารางวา มีอาคารมัสยิด และอาคารประกอบอย่างเพียงพอ
​โดยมีอาคารมัสยิดเป็นตึก 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง บ้านพักมูซาเฟช 2 หลัง (หลังที่ 1 ลักษณะบ้าน 2 ชั้น ซึ่งบริษัทโรงเลื่อยจักรมิตรมุสตาฟาสร้างวาก๊าฟให้ หลังที่ 2 ลักษณะบ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน มีประตูหน้าต่างน้ำประปา ไฟฟ้าพร้อม สร้างด้วยเงินบริจาค โดยมีคณะกรรมการประจำมัสยิด เป็นผู้ดำเนินงานและควบคุมการก่อสร้าง มีที่เก็บกุโบร์ (ที่อาบน้ำมัยยัต ศพ) ซึ่งฮัจญีย์ซำซุนดีน ฮัจญีย์สุรินทร์ จิตต์ใจ ฮัจยะห์ฮาลีมะห์ ฮัจยะห์กระต่ายทอง จิตต์ใจ ร่วมกันบริจาคให้มีบ้านพักครูสอนอัล-กุรอาน ลักษณะบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน (ขณะนี้ครูอัดนาน วันแอเลาะฮ์ ซึ่งเป็นครู สอนอัล-กุรอาน พักอยู่) บ้านพักอิหม่าม 1 หลัง ลักษณะบ้านไม้ 2 ชั้น 2 ห้องนอน มีห้องน้ำไฟฟ้า ประปาอยู่ในอาคาร บ้านพักอิหม่ามหลังนี้สร้างด้วยวัสดุเหลือใช้จากการสร้างต่อเติมมัสยิด ใช้เงินจากผู้บริจาค เป็นผู้ดำเนินการและควบคุมการก่อสร้าง เรามีห้องสุขาและที่อาบน้ำ ละหมาด แยกชาย - หญิง อย่างเพียงพอ ซึ่งสร้างจากผู้บริจาคโดยผู้ใหญ่ใจ กุรคาน เป็นผู้ดำเนินงานและควบคุมการก่อสร้าง

อนาคตกาล เราชาวมุสลิม จ.ตาก มีความภาคภูมิใจที่พวกเรามีอาคารมัสยิดและอาคาร ประกอบอย่างพร้อมมูล และพวกเรายินดีต้อนรับพี่น้องมุสลิม ที่มาใช้สถานที่ของพวกเรา (บ้านของอัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ด้วยความเต็มใจ (ยกเว้นชาวต่างชาติที่เข้าเมืองมาทำผิดกฎหมาย) แต่เรายังขาด ทางเข้าสู่มัสยิดสำหรับให้ผู้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะเดินทางเข้าสู่มัสยิด ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการประจำมัสยิด ซึ่งประกอบด้วยอิหม่าม (ฮัจญีย์เกษม นาเงิน) คอเต็บ (คุณสงวน มั่นสัตยารักษ์) บิล่าน (ฮัจญีย์ซอ และ เล๊ะเซ็น ) กรรมการประจำมัสยิด (คุณหมอนิรันดร์ เราะห์มานีย์) ได้ไปติดต่อขอบริจาคที่ดินจากเจ้าของที่ดินผู้ใจบุญส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งขอซื้อจากเจ้าของที่ดินที่ประสงค์จะขาย ถ้าได้ที่ดินตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว เราจะมีทางเข้าสู่มัสยิดสำหรับยานพาหนะรถยนต์ และจะเดินทางเข้าสู่มัสยิดได้โดยสะดวกสบาย. (อินชาอัลลอฮฺ)

แผนที่นำทาง Google Map




มัสยิดอัล-ฟัตตาห์
ที่ตั้งเลขที่: 87/1  หมู่ที่:   ถนน/ตรอก/ซอย: มหาดไทยบำรุง  ตำบล/แขวง: หนองหลวง  
อำเภอ/เขต: เมืองตาก   จังหวัด: ตาก   รหัสไปรษณีย์: 63000  เบอร์โทรศัพท์: 0812849462
จำนวนผู้เข้าชม: 3,903