มัสยิดดารุศศอลิฮีนในอดีต
ในอดีตหมู่บ้านย่านชื่อ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลย่านชื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสดล (เดิม ตำบลปันจอร์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นตำบลควนโดน และสุดท้ายเปลี่ยนเป็นตำบลย่านชื่อ) มีประซากรไม่มากนัก ไม่มีสถานที่รวมตัวเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ เมื่อถึงวันศกร์ซึ่งจะดัดละหมาดคุมอัด พี่น้องบ้านผ่านชื่อจะต้องเดินเท้าไปร่วมละหมาดขัดณ มัสยิดบ้านปันจอร์ (ปัจจุบันมัสยิดอะห์มาดีย๊ะห์ ปันจอร์) ด้วยระยะทางที่ห่างไกลประมาณ 2 กิโลเมตร การไปมาไม่สะดวกประกอบกับประชากรเพิ่มขึ้น ทำให้แกนนำในหมู่บ้าน เช่น ท่านกูยาสิน สตอหลง (ขุนปันจอร์เจริญ) ท่านหัจญี่สาและ หลีเล็น เป็นต้น ได้รวมพลังศรัทธาของประชากรเพื่อร่วมกันสร้างศาสนสถานประจำหมู่บ้าน ในเบื้องต้นได้ประสานงานกับเจ้าของที่ดินเพื่อวาก็อฟเป็นสถานที่จัดตั้งศาสนสถาน ผลจาการติดต่อประสานงาน ปรากฏว่า นายดาหวี สันง๊ะ (บางกระแสบอกว่า "นามสกุล สาดีน") และเครือญาติได้วาก็อฟที่ดิน รวมประมาณ 1 งานเศษ หลังจากนั้นท่านหัจญีสาและ หลีเล็น ได้รวมพลังชาวบ้านไปตัดไม้ที่ควนกราหยีหมู่ที่ 8 ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดหวัดทูล เพื่อนำมาก่อสร้างอาคารดามความประสงค์ การขนย้ายไม้ทั้งหมดจำเป็นต้องว่าจ้างรถยนต์บรรทุกขนย้าย มีนายตั้วะ (พี่น้องชาวจีนบ้านจีน) รับจ้างขนส่งไม้ดังกล่าว โดยผ่านสถานีตำรวจภูธร ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและกักกันไม้ไว้เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายพร้อมทั้งได้จับกุมนายทัจญีสาและ หลีเส้น ในข้อหาผู้ละเมิดกฎหมายเหตุการณ์ครั้งนี้ชาวบ้านร่วมกันต่อรอง และวิงวอนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะไม้ดังกล่าวมิได้นำไปใช้ส่วนตัว แต่จะนำไปใช้ทำเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของคนทั้งหมู่บ้าน ผลจากการเจรจาทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ผ่านตามความประสงค์ด้วยแรงศรัทธาและได้กำลังใจจากแกนนำ ชาวบ้านได้รวมพลังทั้งทั้งทั้งกำลังกายกำลังทรัพย์ร่วมกันกันก่อสร้างอาคารไม้หลังคามุงจาก และผนังฝาไม่ไผ่จนสำเร็จ ซึ่งถือเป็นการเริ่มตันมีสถานที่ประกอบศาสนกิจในมู่บ้านพลังจากนั้นประชากรในหมู่บ้านย่านชื่อใช้สถานที่แห่งนี้รวมละหมากณุมอัตทุกวันศุกร์ โดยมีหมู่บ้านย่อยร่วมสมทบดังนี้ บ้านเบาะเต บ้านลานบ้านดอน บ้านกลางนา บ้านหลวงนา บ้านหนองคล้า บ้านเกาะโท บ้านเกาะแอลัง บ้านปากรอ บ้านทอน บ้านโต๊ะวัง บ้านเกาะเล่นไก่ และบ้านใต้เป็นต้นอีทม่ามคนแรก (ระหว่าง พ.ศ 2480 ถึง พ.ศ. 2493) เมื่อการรวมตัวและการก่อสร้างอาคารมมัสยิดสำเร็จตามความความประสงค์แล้ว ประชาชนเล็งเห็นความตั้งใจจริง และเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถของนายหัจญีสาและ หลีเส็น จึงร่วมกันเสนอให้ท่านทำหน้าที่เป็นอีหม่ามซึ่งถือเป็นอีหม่ามคนแรกของมัสยิลบ้านย่านซื่อ ในขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยมัสยิดอิสลามจึงไม่ได้จดทะเบียนกับทางราชการ
นายหัจญีสาและ หลีเห็น เกิดบ้านย่านซื่อ หมู่ที่ 2 ตำบลปันจอร์อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล (ปัจจุบัน คือหมู่ที่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล) ท่าน เป็นบุตร นายตาหา หลีเส็น และนาง................มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อีหม่าม คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนามัสยิด การเรียกร้องเชิญชวนให้
สัปบุรุษสนใจการศึกษาและปฏิบัติศาสนากิจ
เมื่อ พ.ศ 2493 นายหัจยีสาและ หลีเส็น ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ (เสียชีวิต) ที่โรงพยาบาลจังหวัดนดรศรีธรรมราช และมัยยิตของทำนใต้ถูกฝังไว้ที่กุบูรมัสยิดศอลาฮุดคืน นครศรีธรรรมราช ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอีหม่ามเป็นเวลา 13 ปี
อีหม่ามคนที่ 2 นายหัจญีเฉ็ม หลีเส็น
(ระหว่าง พ.ศ. 2493 ถึง พ.ศ. 2508)
เมื่อ พ.ศ. 2490 ทางราชการได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2480 ซึ่งมัสยิดที่สร้างก่อนปี พ.ศ. 2490 จะต้องขออนุญาตจดทะเบียนทั้งหมด แต่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่บ้าง กระทรวงมหาดไทยจึงใต้ออกกฎกระทรวง (ฉบับ 2491) เพื่อชี้แจง
รายละเอียดเพิ่มเดิม หลังจากนั้นมัสยิดต่างๆ ได้ทยอยไปจดทะเบียน มัสยิดใดที่ยื่นเรื่องขออนุญาตก่อนจะได้ลำดับเลขที่ต้นๆ เช่น มัสยิดบ้านกาเดะ ตำบลบ้านควน ได้เลขที่ 1/ 2492 มัสยิดมำบัง (เดิมมัสยิดอากีปี)ตำบลพิมาน ได้ลำดับที่ 51 / 2492 ส่วนมัสยืดบ้านย่านชื่อ (ชื่อเติม) ให้ลำดับที่ 6 / 2492
การขอจดทะเบียนมัสผิดตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ได้กำหนดในเบื้องตันให้อีหม่าม คอเด็บ และบิหลัน เป็นผู้ขอดทะเบียน ในการประชากรนใหญ่เสนอให้ นายหัจญี่เฉิม หลีเส้น เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียน ในตำแหน่งดำแหน่งอิหม่าม นายหัจญีสาและ ลายู(ละใบสาและ ลายู) เป็นคอเต็บ และนายหัจญีอีด หลงสมัน (ละไปอีดหลงสมัน) เป็นบิหลั่น ท่านและคณะถือเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดูชุดแรก (ชุดประวัติศาสตร์) นอกจากตำแหน่งอีหม่าม คอเต็บ และบิหลั่นแล้วยังมีกรรมการอิสลามประจำมัสบิดที่คิดเลือกโดยสัปปรษอีก 10 คน นิยมเรียกว่า " คนสิบ "
นายหัจญีเฉ็ม หลีเส็น เกิดวันที่ 15 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2451 บ้านย่านชื่อ หมู่ที่ 2 ตำบลควนโดน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล (ปัจจุบัน ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสูตล) ท่านเป็นบุตร นายตาหา หลีเส้น และมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน ในระหว่างดำรงดำแหน่งอีหม่าม ท่านและสัปบุรุษ ได้ร่วมกันางอาคารมัสยิดหลังใหม่โครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมุงกระเบื้องเป็นอาคารมั่นคงถาวรตามยุคสมัยนั้น นอกจากการทำหน้าที่อีหม่ามแล้ว ท่านยังเป็นครูสอนก็ตาบให้กับผู้สนใจอย่างต่อเนื่องอีกด้วยท่านเป็นที่รักใคร่ของปวงสัปรุษเนื่องจากท่านมีอัธยาศัยดี จิตใจโอบอ้อมอารี ด้วยความดีของท่านจึงเป็นที่เกรงใจของเหล่าสัปบุรุษตลอดมาด้วยเหตุภาวะทางครอบครัวท่านจึงจำเป็นต้องย้ายไปสร้างครอบครัวใหม่ที่บ้านหัวยน้ำดำ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ท่านจึงลาออกจากตำแหน่งอีหม่ามมัสยิดบ้านย่านซื่อด้วยความอาลัยของบรรดาสัปปุรุษหลังจากที่ท่านได้ก่อร่างสร้างตัวที่บ้านห้วยน้ำดำแล้ว ชาวบ้านที่นั่น
ได้รวมตัวกันเพื่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ซึ่งแยกมาจากมัสยิดบ้านด่าเสา(มัสยิดนูริลูดดา) และท่านได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่อีหม่ามมัสยิดบ้านหัวยน้ำดำ (มัสยิดธรรมประทีป) เป็นคนแรก
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2537 ท่านได้เสียชีวิต (กลับไปหาความเมตตาของอัลลอฮฺ) ด้วยโรคชรา รวม อายุ 86 ปี กูบูรุของท่านอยู่ด้านหลังมัสยิดห้วยน้ำดำ (มัสยิดธรรมประทีป)
อีหม่ามคนที่ 3 นายฉาด เก็มสัน
(ระหว่าง พ.ศ. 2508 ถึง พ.ศ. 2514)
เมื่อนายหัจญีเฉิม หลีเส็น ได้ลาออกจากตำแน่งอีหม่าม คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูลได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนุปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักธศักราช 89 ประกาศให้มีการคัดเลือกอีหม่ามแทนตำแหน่งที่ว่างเมื15 มกราคม 2508 ผลจากการคัดเลือกโดยปวงสัปปุรุษ ได้แก่ นายฉาด เก็มสัน อยู่บ้านเลขที่..... หมูที่ 2 ตำบลควนโดน (ปัจจบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล) ท่านเป็นบุตร นายต๊ะ เก็มสัน มีพี่น้องร่วมบิดา มารดา 2 คน ได้แก่
1. นายฉาด เก็มสัน
2. นางอ๊ะ บุญเหม (นามสกุลสามี)
นายฉาด เก็มสัน
ในระหว่างดำรงดำแหน่งอีหม่ามนายฉาด เก็มสัน ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุขุมรอบคอบเหมาะกับวัยวุฒิเป็นอย่างดี ท่านใช้เวลาว่างส่วนหนึ่งสอนก็ตาบให้กับผู้สนใจ และยังทำหน้าที่เชิญชวนให้สัปปุรุษร่วมปฏิบัติศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านการพัฒนามัสยิดได้ปรับปรุงอาคารให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และต่อเติมอาคารด้านหน้าของมัดหลังเก่า เมื่อ พ.ศ. 2514 ท่านได้เสียชีวิต (กลับไปหาความเมตตาของอัลลอฮ) ด้วยโรคซราที่หมู่บ้านลาน รวมอายุได้.......ปี มัยผิดของท่านอยู่ที่กูบูรบ้านย่านชื่อ หมู่ที่ 2 ตำบลย่านชื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
อีหม่ามคนที่ 4 นายสาด ปังแลมาปุเลา
(ระหว่าง พ.ศ. 2514 ถึง พ.ศ. 2519)
เมื่อตำแหน่งอีหม่ามว่างลงเนื่องจากอีหม่ามคนก่อนเสียชีวิตนายอดุลย์ บินสอาด ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช 2489 ประกาศให้มีการคัดเลือกอีหม่ามแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยแจ้งให้ผู้รักษาการในตำแหน่งอีหม่ามในขณะนั้นเชิญชวนให้สัปปุรุษมาร่วมคัดเลือกหลังละหมาดยุมอัต
นายสาด ปังแลมาปูเลา เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2475 ณ บ้านกลางนา หมู่ที่ 2 ตำบลควนโดน (ปัจจุบันตำบลย่านซื่อ) อำเภอควนโดนจังหวัดลตูล ท่านเป็นบุตรนายสอาด บิสนุม และนางรอเฟี้ยะ ปังแลมาปุเอามีพี่น้องร่วมบิดา และต่างมารดา 4 คน นายสาด ปังแลมาปุเลา (ใช้นามสบิดาเลี้ยง) ได้ศึกษาวิชาสามัญที่โรงเรียนบ้านปันจอร์ (ปัจจุบันโรงเรียนบ้านชื่อมิตรภาพที่ 147)
และได้ศึกษาวิชาศาสนาอิสลาม ณ ปอเนาะบ้านท่าซะมวง หมู่ที่ 3 ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดลงขลา ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อีหม่ามท่านยังทำหน้าที่เป็นผู้รับใบอนุญาต (เจ้าของ) โรงเรียนดารุลอูลูมบ้านย่านชื่อ ท่านสอนนักเรียนเป็นปกติ และยังเป็นครูสอนกีตาบผู้สนใจ
ทั่วไปอย่างต่อเนื่องนับว่าเป็นอีหม่ามที่มีความรู้ความสามารถเหมาะกับตำแหน่งเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2518 ท่านได้เสียชีวิต (กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ) ด้วยโรคหัวใจโต ณ บ้านพักของตนเอง หมู่ 4 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล รวมอายุได้ 47 ปี มัยยิตของท่านถูกฝังที่กุบูร หมู่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
อิหม่ามคนที่๕ นายอาหรน พงค์หลง
(ระหว่าง พ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. )
หลังจากที่นายสาด ปังแลมาปุเลา เสียชีวิต สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล ได้ประกาศให้มีการคัดเลือกอิหม่ามแทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2519 สัปปุรุษได้ร่วมกันคัดเลือก นายอาหรน พงค์หลง เป็นอิหม่ามคนต่อไป
นายอาหรน พงค์หลง เกิดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2492 ณ บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 2 ตำบลควนโดน (ปัจจุบันคือตำบลย่านซื่อ) เป็นบุตรนายสาด พงค์หลง กับนางฟาตีม๊ะ พงค์หลง
นายอาหรน พงค์หลง ได้ศึกษาวิชาสามัญ โรงเรียนบ้านย่านชื่อตำบลควนโดน (ปัจจุบันโรงเรียนบ้านย่านชื่อมิตรภาพที่ 147 ตำบลย่านชื่อ) วิชาอิสลามศึกษาขั้นพื้นฐานได้ศึกษาที่ปอเนาะดารูลอูลูม ตำบลย่านซื่อ และได้ศึกษาต่อที่ปอเนาะอัสตัสดีก็ย๊ะฮ์ อำเภอจะนะ จังหวัด
สงขลา กลับมาเป็นครูสอนกุรอานที่โรงเรียนดารลอูลม บ้านย่านซื้อ และได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าในตำแหน่งอีหม่ามมัสยิดบ้านย่านซื่อ เมื่อวันที่20 กุมภาพันธ์ 2519ในระหว่างการดำรงตำแหน่งอีหม่ามได้ร่วมกันพัฒนามัสยิดในด้านต่างๆ ไว้มากมาย ผลงานที่ประจักษ์ เช่น
1. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2533 คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดได้ยืนเรื่องขออนุญาดเปลี่ยนชื่อมัสยึด จากมัลยิดบ้านย่านชื่อ เป็นมัสยิด"ดารรุศศอลิฮืน" และได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533
2 ปี พ.ศ. นางหัจญ์ะบีด๊ะ หาดใหญ่ บริจาคทรัพย์เพื่อให้ก่อสร้างอาคารท้องแถวจำนวน 3 ห้องเปิดให้บุคคลทั่วไปเช่าเพื่อนำรายได้สนับสนุนการบริหารโรงเรียนตาดีกา ปัจจุบันห้องแถวดังกล่าวได้ถูกรื้อถอนเพื่อปลุกสร้างอาคารมัสผิดหลังใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2556
3. เมื่อประมาณปี พ.ศ..... ได้รับบริจาคที่ดินเพิ่มจากนายสมานบาหลัง และรับบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินของนางมะ แดงโฉมงาม่ปรากฏเอกสารสิทธ์ปัจจุบัน (วันที่ 1 ธันวาคม 2560) ที่ดินทั้งสองแปลงยังได้โอนสิทธิ์ให้กับมัสผิด ส่วนที่ดินของนายดาหวี สันงะ และเครือญาติซึ่งได้
อ้างมาก่อนแล้ว คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ได้ยื่นเรื่องขอรับโอน
เอกสารสิทธ์ เลขที่ โฉนด 16590 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
4. เมื่อปี พ.ศ 2547 ได้จัดงานการกุศลเพื่อหารายใต้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากนายสอาด สันงะ เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 64 ตารางวา โฉนดเลขที่ 6986 (เงินบริจาค) ที่ดินแปลนี้เป็นที่ตั้งมัสยิดหลังเก่า
5.ปี พ.ศ.2535 นางพรรณี หลีเส็น (ภรรยานายอุดม หลีเส็น) วาก็อฟที่ดืนประมาณ 1 ไร่ 99 ตารางเมตรโฉนดเลขที่ 6964 ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ที่ดินแปลงนี้มัสยิดได้สร้างอาคารเรียนศูนย์อบรมศาสนาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)2ชั่น ขนาด8ห้องเรียน เมื่อวันที่10 มีนาคม 2540 และได้รับอนุญาติให้จัดตั้ง เลขที่ สต.44/2544 เมื่อวันที่ 21ธันวาคม พ.ศ.2544นอกจานั้นยังได้สร้างอาคารอบรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจำมัสยิดขนาด 4 ห้องเรียน และได้รับอนุญาติจัดตั้งศูนย์ เลขที่ ม.191/2541 เมื่อวันที่26มีนาคม2541
6. เมื่อปี พ.ศ. 2554 นายสุริยา ปันจอร์ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาได้ประสานงานติดต่อกับทางราชการระดับกรมจนได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผ่านหน่วยงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสทูล และองค์บริหารส่วนตำบลย่านชื่อ อำเภอ
ควนโดน จังหวัดสตูล สมัยที่นายสมาน ดาหมาด เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านซื่อ เป็นเงิน 9,700,000 บาท เริ่มก่อสร้างอาคารอาคาร3 ชั้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2554 ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านประกอบศาสนกิจ และศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม และจริยธรรมประจำมัสยิด
ก่อนดำเนินการก่อสร้างตามงบประมาณที่ได้รับทางมัสยิดจำต้องรื้อถอนอาคารมัสผิดหลังเก่าและห้องแถวจนหมด และได้สร้างอาคารชั่วคราวโครงเหล็กหลังคามุงสังกะสีพื้นปู่ด้วยเสื่อยาง
7.ปี พ.ศ.2544 ต่อเติมด้านหลังเป็นอาคาร 2 ชั้น ใช้งบประมาณ 60000000 บาท(เงินบริจาคจากสัปปุรุษในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้าน
8.วันที่ 10 มีนาคม 2557 กลุ่มออมทรัพย์ดารุศศอลิฮีน ได้บริจาคเงินจำนวน 130000 บาท เพื่อสร้างมิมบัรใช้ในการอ่านคุตบะฮ์ประจำวันศุกร์
9. ปี พ.ศ.2558 ได้สร้างรัวคอนกรีตเสริมเหล็กรอบอาคารใช้งบประมาณ 500000 บาท(เงินบริจาค)
10. เมื่อปี พ.ศ. 2558 สร้างห้องน้ำห้องล้วมแยก ชาย หญิง เป็นเงิน
600,000 บาท (เงินบริจาค)
11.. เมื่อปี พ.ศ. 2558 สร้างโรงครัวด้วยงประมาณของทางราชการเป็นเงิน 250,000 บาท เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ของมัสยิด และอำนวยความสะดวกญามะอะฮ์ตับลิค
คณะกรรมการอิสลามประจำมัสผิดชุดปัจปัจุบัน (วันที่ 15 พฤศจิกายน2580)
ดานมาครา 30 (1) (2) (3) (4) แห่งพระระระระบัญญัติบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 โดยเฉพาะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดตาม (4)ได้คัดเลือกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2557 จะหมดวาระวันที่ 4 กันยายน 2561
ประกอบด้วย
1. นายอาหรน พงค์หลง ตำแหน่งอีหม่าม
2. นายอับดุลเลาะ ปังแลมาปุเลา ตำแหน่งคอเต็บ
3. นายกอเดช สาดีน ตำแหน่งบิหลั่น
4. นายรอหมาน ปันจอร์ ตำแหน่งกรรมการ
5. นายสมศักดิ์ สันง๊ะ ตำแหน่งกรรมการ
6. นายราเสบ บาหลัง ตำแหน่งกรรมการ
7. นายฟารุตรอซี สันง๊ะ ตำแหน่งกรรมการ
8. นายอิสมาแอล หลีเส็น ตำแหน่งกรรมการ
9. นายชัยยัณท์ สันง๊ะ ตำแหน่งกรรมการ
10. นาย ตำแหน่งกรรมการ
11. นายดาเระ บาราสัน ตำแหน่งกรรมการ
12. นายกูสัน สตอหลง ตำแหน่งกรรมการ
13. นายสะอาด สาดอาหลี ตำแหน่งกรรมการ
14. นายแปซอน หลงสมัน ตำแหน่งกรรมการ
15. นายอาบูบากัส เกปัน ตำแหน่งกรรมการ