มัสยิดอัลนุสเราะห์ เริ่มการก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2458 ชาวชุมชนที่นับถือศาสนาอิสลามกลุ่มหนึ่ง ได้อพยพถิ่นฐานมาจากบ้านท่า หมู่ที่ 2 ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาอยู่ที่บ้านหนองน้ำขาว เนื่องจากสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป และเมื่อระยะเวลาผ่านไปนานวันก็มีประชากรเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายครัวเรือน แต่ชาวชุมชนกลุ่มดังกล่าวยังต้องเดินทางไปร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่มัสยิดบ้านท่าเดิม ในครั้งนั้นนายดำ จุนเด็น อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลประสงค์ เห็นว่าการเดินทางมีความยากลำบาก เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกจึงได้นำความเข้าหารือกับท่านขุนประสงค์ (นายหนุดหวัง อีน) ซึ่งเป็นกำนันตำบลประสงค์ในขณะนั้น เพื่อปรึกษา หารือ ขอทำการก่อสร้างมัสยิดแห่งใหม่ขึ้นที่บ้านหนองน้ำขาว และท่านก็เห็นชอบด้วยจึงได้เริ่มทำการก่อสร้างมัสยิดขึ้นบนที่ดินขนาด 2 ไร่ 1 งาน29 ตารางวา ของนายดำ จุนเด็น เป็นอาคารเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ใช้ชื่อว่า "มัสยิดบ้านหนองน้ำขาว" มีคณะกรรมการประกอบด้วย
1.นายหมัดและ หวังอีน ดำรงตำแหน่ง อิหม่าม
2.นายยะฝัน เที่ยงภาษา ดำรงตำแหน่ง ฆอเต็บ
3.นายเฝี๊ยะ ชายหมัด ดำรงตำแหน่ง บิหลั่น
ปี พ.ศ. 2492 คณะกรรมการได้ยื่นขอจดทะเบียนมัสยิด ได้รับอนุมัติทะเบียนเลขที่ 6 ต่อมาปี พ.ศ.2500 นายหมัดและ หวังอีน เห็นว่าตนเองอยู่ในวัยชรามากแล้ว จึงขอลาออกจากตำแหน่ง ทางคณะกรรมการและสัปบุรุษจึงได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นประกอบด้วย
1.นายยะฝัน เที่ยงภาษา ดำรงตำแหน่ง อิหม่าม
2.นายหมุด หวังอีน ดำรงตำแหน่ง ฆอเต็บ
3.นายสะหัก เด็กหลี ดำรงตำแหน่ง บิหลั่น
เมื่อมีจำนวนสัปบุรุษเพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานที่ที่ใช้ประกอบศาสนกิจคับแคบ ประกอบกับอาคารมัสยิดหลังเก่าชำรุด ทรุดโทรมคณะกรรมการและสัปบุรุษจึงได้ประชุมมีมติให้ทำการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ.2520 เป็นอาคารแบบโครงสร้างปูนเสริมเหล็ก ขนาดความกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ในระยะแรกได้เพียงก่อสร้างรากฐานอาคารหล่อเสาและเทคอนกรีตเท่านั้น เนื่องจากงบประมาณมีจำนวนจำกัด และนับจากปี พ.ศ.2520 เป็นต้นมาได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะ ๆ เรื่อยมาตามกำลังทุนทรัพย์ที่พอหาได้จากการจัดงานการกุศลขึ้นและได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาให้การสนับสนุนจนแล้วเสร็จสมบูรณ์
ปี พ.ศ.2536 พณฯจุฬาราชมนตรีประเสริฐ มะหะหมัด ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายมัสยิดและได้เปลี่ยนชื่อมัสยิดให้ใหม่เป็นชื่อ "มัสยิดอัลนุสเราะห์"
ต่อมาปีพ.ศ.2543 เมื่อท่านอิหม่ามยะฝันเที่ยงภาษาได้เสียชีวิตลงคณะกรรมการและสัปบุรุษจึงได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการมัสยิดชุดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบด้วย
1. ฮัจยีนรงค์ จุนเด็น ดำรงตำแหน่งอิหม่าม
2. ฮัจยีหมุด หวังอีน ดำรงตำแหน่งฆอเต็บ
3. นายสมพร หวังอีน ดำรงตำแหน่งบิหลั่น
ปี พ.ศ.2549 ได้ทำการก่อสร้างต่อเติม ขยายปีกอาคารด้านข้างออกไปอีกทั้งสองข้าง เพื่อรองรับกับสัปบุรุษที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ปัจจุบันทางมัสยิดได้จัดซื่อที่ดินบริเวณหน้ามัสยิดเพิ่มเติมไว้ ในปี พ.ศ.2554 จำนวน 1 ไร่ 54 ตารางวา ในปี.พ.ศ.2557 จำนวน 200 ตารางวา และได้ซื้อเพิ่มเติมอีกครั้งในปี พ.ศ.2559 อีกจำนวน 80 ตารางวา ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดเป็นที่ดินผืนเดียวกัน ไว้รองรับการปรับปรุง ขยาย ต่อเติม อาคารมัสยิดและใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของมัสยิดให้เหมาะสมในอนาคตข้างหน้า
ปี พ.ศ.2568 อิหม่ามนรงค์ จุนเด็น ได้เสียชีวิตลง คณะกรรมการและสัปปุรุษจึงได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาอีกครั้งและดำรงตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
1. นายมูฮำหมัด โสพล ดำรงตำแหน่ง อิหม่าม
2. นายอุดม เด็กหลี ดำรงตำแหน่ง ฆอเต็บ
3. นายอุมัร หวังอีน ดำรงตำแหน่ง บิหลั่น
องค์ประกอบมัสยิดอัลนุสเราะห์ในปัจจุบัน ประกอบด้วย
1. อาคารมัสยิด 1 หลัง
2. อาคารศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด 1 หลัง
3. อาคารเอนกประสงค์ 1 หลัง
4. อาคารพัสดุ 1 หลัง