ความเป็นมาของชุมชนมุสลิมบ้านพลับก่อนก่อตั้งมัสยิด
ชุมชนมุสลิมบ้านพลับ มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บนเกาะบางบาลใหญ่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย มีการตั้งบ้านเรือนอยู่บนริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเยื้องพระราชวังบางปะอิน ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมที่เกิดขึ้นต่อจากชุมชนไทยเชื้อสายมอญ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พอยืนยันได้ คือ โคกวัดร้างของชาวไทยเชื้อสายมอญ วัดร้างนี้มีชื่อว่า “วัดสะการะโกศ” สภาพปัจจุบันเป็นโคกวัดร้าง ใช้เป็นสุสานฝังศพของชุมชนมุสลิมบ้านพลับมานานนับร้อยปี ชาวมาลายูใหม่คู่แรกที่มาตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนมุสลิมบ้านพลับ คือ โต๊ะสะมะ โต๊ะแวบุงอ ซึ่ง เป็นต้นสกุล “รื่นพิทักษ์” มีบุตรด้วยกัน ๗ คน ประกอบด้วย ๑) นางโต๊ะแมะ ๒) นายหะยีกุมอ
๓) นายหะยีสะและ รื่นพิทักษ์ ๔) นายแดง รื่นพิทักษ์ (กำนันคนแรกของตำบลบ้านพลับ) ๕) นายหะยีอับดุเลาะห์ รื่นพิทักษ์ ๖) นายแชมาน รื่นพิทักษ์ และ ๗) ยังสืบค้นไม่ได้
สภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนบ้านพลับสมัยก่อนสร้างเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” วิถีชีวิตของคนบ้านพลับจะทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก และทอดแหหาปลาในแม่น้ำเจ้าพระยา ในฤดูน้ำหลากชายหนุ่มและพ่อบ้านจะใช้เรือเป็นที่นอนกิน ลอยลำกลางทุ่ง จับปลา ลงเบ็ด ลงตาข่าย หรือวางบัดเสียบหอยโข่ง เพื่อดักปลาและกุ้งก้ามกราม ที่ขึ้นมาจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เมื่อเขื่อนเจ้าพระยาก่อสร้างเสร็จ วิถีการดำเนินชีวิตของคนมุสลิมบ้านพลับ จึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากอาชีพทำนา หาปลา มาเป็นอาชีพค้าขาย โดยอาศัยตลาดบางปะอินเป็นแหล่งค้าขาย รับจ้างใช้แรงงานตามสถานประกอบต่าง ๆ อาทิ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ตลอดจนมีโอท๊อปของกลุ่มแม่บ้านมุสลิม ทำผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น ไก่เชียง ไส้กรอกไก่ แหนมปลา ไก่ และ ผลิตภัณฑ์มัสมั่นกระป๋อง นำส่งไปจำหน่ายในท้องตลาดและชุมชนมุสลิมโดยทั่วไป
ประวัติมัสยิด
มัสยิดนูรุ้ลเอี๊ยะฮ์ซาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ ๗๗/๑ หมู่ ๕ ตำบลบ้านพลับ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการจดทะเบียนเป็นมัสยิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ทะเบียนเลขที่ ๔๒ จุดเริ่มต้นของมัสยิดเกิดจากความคิดริเริ่มของอัลมัรฮูมแชหวัง มะหะหมัด โดยมีคณะผู้ร่วมดำเนินการก่อตั้งมีดังนี้.- ๑. อัลมัรฮูมแชหวัง มะหะหมัด (อดีตคอเต็บมัสยิดซาดีลียะห์) ๒. อัลมัรฮูมหะยีอับดุลรอซัค หรือ ตังครูยาส มูฮำหมัด ๓. อัลมัรฮูม หะยีลี รื่นพิทักษ์ ๔. อัลมัลฮูม หะยีกำนันซัน พงษ์วิจารย์ ๕. อัลมัรฮูมฮัจยีซาการียา รื่นพิทักษ์ ๖. อัลมัรฮูมฮัจยีมูฮำหมัดเย็น พงษ์ชัยศรี ๗. อัลมัรฮูมฮัจยีอิดรีส นิยมราษฎร์ และ ๘. อัลมัรฮูมแชมาน
อาคารมัสยิดที่ก่อสร้างในระยะเริ่มแรกเป็นอาคารเรือนไม้ทรงปั้นหยา ตั้งอยู่บนที่ดินวะกัฟของทายาทอัลมัรฮูม แชอิ ฮัจยะห์ซูรอ รื่นพิทักษ์ ในเนื้อที่ จำนวน ๙๓ ตารางวา และต่อมาได้มีพี่น้องผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเพิ่มให้อีก จำนวนประมาณ ๓ ไร่เศษ มัสยิดแห่งนี้ได้รับการรับรองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ทะเบียนเลขที่ ๔๒ ในสมัยของอัลมัรฮูมอาจารย์มูซา ฮานาฟี ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รื้ออาคารมัสยิดหลังเก่า แล้วมาสร้างอาคารมัสยิดขึ้นมาใหม่ในที่ดินเดิม เป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กใต้ถุนสูง
พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะกรรมการมัสยิดได้ดำริสร้างอาคารสอนศาสนาขึ้นมาอีก ๑ หลัง โดยได้รับเกียรติจากอัลมัรฮูมอาจารย์ประเสริฐ มะหะหมัด จุฬาราชมนตรี และ พลตรีประมาณ อดิเรกสาร อดีตนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น เป็นประธานทำพิธีวางรากฐาน พร้อมกับได้ดำเนินสอนศาสนาระดับฟัรดูอีน และดำเนินโครงการอบรมศาสนาและจริยธรรมให้กับเยาวชนมุสลิมในภาคฤดูร้อนช่วงปิดภาคเรียน ติดต่อกันมาหลายปี
พ.ศ. ๒๕๔๙ มัสยิดยังมีบทบาทให้การสนับสนุนด้านช่วยเหลือประชาชนและพี่น้องมุสลิมที่ประสพอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบ้านพลับ โดยได้รับการประสานความร่วมมือจากหน่วยราชการต่าง ๆ อาทิ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก รวมทั้งองค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ อาทิ ชมรมมุสลิมผู้สูงอายุ สันติชน เป็นต้น รวมทั้งอำเภอบางปะอิน ได้ขอใช้สถานที่มัสยิดตั้งเป็นศูนย์อบรมบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น
เมื่อ ๗ เมษายน ๒๕๔๔ คณะกรรมการมัสยิดได้ดำริสร้างอาคารพักอาศัยแก่ผู้ด้อยโอกาสเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๓ ชั้น โดยมีท่านอัลมัรฮูมอาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬารามนตรี มาเป็นประธานในพีธีวางรากฐาน โดยอาคารหลังนี้สร้างขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลประโยชน์มาส่งเสริมด้านการศึกษาศาสนาอิสลาม และดูแลการบริหารจัดการมัสยิด โดยเฉพาะค่าน้ำประปา และค่ากระแสไฟฟ้า ที่มัสยิดต้องรับผิดชอบทุกเดือน การสร้างอาคารที่พักอาศัยให้คนด้อยโอกาสเช่าอยู่โดยเรียกเก็บค่าเช่าถูกกว่าท้องตลาด ก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนจนผู้ยากไร้ได้มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็วขึ้น เพื่อยกระดับฐานะให้ครอบครัวตนเอง และผ่องถ่ายสิทธิความยากจนให้กับคนจนด้อยโอกาสรายต่อไป
ทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำบริหารองค์กรมัสยิด
อิหม่าม
๑. นายการีม รื่นพิทักษ์ ระหว่างปี ๒๕๑๒ - ๒๕๖๑
๒. พันเอก อนันต์ รื่นพิทักษ์ ระหว่างปี ๒๕๖๑ - ปัจจุบัน
คอเต็บ
๑. นายวาฮับ นิยมราษฎร์ ระหว่างปี ๒๕๑๒ - ๒๕๒๐
๒. นายสมาน ยึดนาวา ระหว่างปี ๒๕๒๐ - ๒๕๒๕
๓. นายมะยิด สุขสาลี ระหว่างปี ๒๕๓๔ - ปัจจุบัน
บิหลั่น
๑. นายอรุณ พงษ์ชัยศรี ระหว่างปี ๒๕๑๒ - ๒๕๒๐
๒. นายประดิษฐ์ อาจหาญ ระหว่างปี ๒๕๒๐ - ๒๕๒๒
๓. นายรีม พงษ์ชัยศรี ระหว่างปี ๒๕๒๒ - ๒๕๕๕
๔. นายสมศักดิ์ คำเวช ระหว่างปี ๒๕๕๕ - ปัจจุบัน